แนะรัฐทบทวนมาตรการคุมหาบเร่แผงลอย

ทีดีอาร์ไอแนะรัฐทบทวนคุมหาบเร่แผงลอย หลังพบพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็กๆ เดือดร้อนอื้อเป็นแสนคน หลังรัฐใช้ไม้แข็งจัดระเบียบ เชื่อ จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม รายงานข่าวจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยบทความเรื่อง หาบเร่แผงลอย วิถีชีวิตที่รัฐมองข้าม จัดทำโดยนายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง และนายชาคร เลิศนิทัศน์ นักวิจัยทีดีอาร์ไอ

ว่า ภาครัฐควรปรับปรุงแนวทางการแก้ปัญหาหาบเร่แผงลอยริมถนนและทางเท้าในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ใหม่ เพื่อไม่ให้พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากกว่า 1แสนคนต้องได้รับความเดือดร้อน หลังจากรัฐออกมาตรการมาจับระเบียบที่ค่อนข้างเด็ดขาด แทนการอะลุ่มอล่วย หรือหาทางออกร่วมกัน ด้วยการยกเลิกจุดผ่อนผันหลาย 100 จุดในระยะเวลาเพียง 2-3 ปี ซึ่งหากไม่เร่งแก้ปัญหานี้ เชื่อว่า จะส่งผลผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมได้ ทั้งนี้การจัดระเบียบเรื่องดังกล่าว แม้ภาครัฐจะมีเหตุผลเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้า รวมทั้งความเดือดร้อนของผู้อยู่อาศัยหรือร้านค้าที่หาบเร่แผงลอยไปตั้งอยู่หน้าร้าน แต่ก็ต้องพิจารณาถึงประโยชน์ของการมีหาบเร่แผงลอย รวมทั้งผลกระทบต่อชีวิตของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าที่มีอยู่จำนวนมาก ที่ผ่านมามีงานวิจัยเรื่องของประโยชน์ของหาบเร่แผงลอย คือ ทำให้มีความสะดวกสบายในการซื้อหาสินค้าในราคาย่อมเยา กลุ่มลูกค้าสำคัญ คือ พนักงานออฟฟิศ เจ้าหน้าที่ของรัฐ นักเรียน รวมไปถึงแรงงานที่ได้รับค่าแรงขั้นต่ำ โดยกว่า 60% ของประชากรที่มีรายได้ต่ำกว่า 9,000 บาทต่อเดือนจะมีการซื้อของจากร้านหาบเร่แผงลอยทุกวัน หากร้านค้าหาบเร่แผงลอยหายไป คนกลุ่มดังกล่าวจะต้องซื้ออาหารในราคาที่แพงขึ้น และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มถึงเดือนละ 357 บาท 

นอกจากเรื่องของค่าครองชีพแล้ว หาบเร่แผงลอยยังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะช่วยดึงดูดผู้คนให้สัญจรผ่านในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้บริเวณดังกล่าวไม่กลายเป็นพื้นที่เปลี่ยว และภาคธุรกิจใกล้เคียงได้รับประโยชน์ไปด้วย เช่น ในพื้นที่ปากคลองตลาด การมีอยู่ของร้านหาบเร่แผงลอยที่ขายดอกไม้เป็นปัจจัยสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนและจับจ่ายในช่วงเวลากลางคืน ดังจะเห็นได้จากการยกเลิกพื้นที่ขายดอกไม้บนทางเท้าเมื่อปี พ.ศ. 2559 ส่งผลกระทบต่อยอดขายของภาคธุรกิจในบริเวณดังกล่าวที่ลดจากเดิมมากถึง 70%. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews